2007/Mar/01

"นายมาทำอะไรที่นี่???" คามิวเอ่ยขึ้นถามหลังจากการปรากฏตัวของชายหนุ่มคนตรงหน้า ในสถานการณ์อันตรายแห่งความเป็นความตาย

มิโร่...นี่นาย...??? นาย....??

"คามิว!! ไม่เป็นไรนะ?" เจ้าชายแห่งสกอร์ปิโอรีบออกเท้าวิ่งเข้ามาหาคามิวทันที คามิวที่ทรุดอยู่กับพื้นยังไม่ละสายตากับอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย มุมปากปรากฏมีรอยยิ้มขึ้นมา มิโร่ค่อยๆประคองร่างบางให้ยืนขึ้นมา

"อ่ะ...อืม....ไม่เป็นไร ว่าแต่นายมาได้ยังไงกันน่ะ??"

"เรื่องนั้นช่างมันเหอะน่า" มิโร่ตัดบท พอคามิวตั้งหลักยืนได้แล้วก็ถามต่อ

"แย่แล้วล่ะ ที่นี่เกิดเรื่อง ชั้นจะต้องไปแจ้งให้ท่านอาเธน่าทราบ" พอเจ้าชายแห่งอควอเรียสจะสาวเท้าไปข้างหน้า มิโร่ก็กันเอาไว้เสียก่อน

"ไม่ได้...."

"อะ...อะไรของนาย นี่มันเรื่องใหญ่นะ นายบ้ารึเปล่า" คามิวขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อคนตรงหน้าขัดขวาง

"ชั้นให้นายไปไม่ได้ คามิว" มิโร่กล่าวอย่างเย็นชาพร้อมกับรวบตัวคามเข้ามากอดแน่น

"อะ มิโร่ ไอ้บ้า เวลาแบบนี้ยังจะ...." คามวดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนของมิโร่ แต่ก็ไม่สามารถจะดิ้นหลุดออกมาได้

"ตอนนี้มันอันตรายมากนะ! ถ้านายไปหาอาเธน่าตอนนี้มีหวังถูกลอบฆ่าแน่ ถ้านายตายไป ถ้านาย..." เสียงของมิโร่เริ่มอ่อนลงทีละน้อย ก่อนจะเงียบหายไป คามิวเมื่อได้ฟังก็หยุดดิ้น ปล่อยให้มิโร่กอดตัวเองไว้ทั้งอย่างนั้น

"ถ้านายตายไปชั้นจะอยู่ได้ยังไง....?"

"มิโร่..."

คามิวเลื่อนแขนทั้งสองข้างกอดตอบอีกฝ่ายอย่างช้าๆ

"ขอโทษนะ แล้วก็ขอบคุณมากที่เป็นห่วง แต่ว่าถ้านี่เป็นเรื่องเป็นตายของอาณาจักร ฉะนั้น..."ไม่ทันที่เจ้าชายน้ำแข็งจะได้พูดอะไรต่อไปอีก มิโร่ที่โอบกอดเขาอยู่ก็กระซิบอย่างแผ่วเบาที่ข้างหู

"โง่เง่าจริงๆนะเจ้าชายคามิว...."

คามิวสะดุ้งเฮือก ความอบอุ่นที่ได้รับเมื่อครู่สูญสลายไปในทันที คนตรงหน้าของไม่ใช่มิโร่ ไม่ใช่อีกต่อไป คามิวผละออกจากมิโร่ตรงหน้าทันที

แต่....เขากลับรู้สึกตัวช้าไป...เพียงแค่เสี้ยววินาที...

ความเจ็บปวดแผ่ซ่านอยู่ที่กลางหลัง ก่อนที่คามิวจะผลักมิโร่ได้ทัน เขาคนนั้นได้ใช้ปลายเล็บอันแหลมคมทิ้มแทงกลางหลังของคามิวอย่างรวดเร็ว โลหิตสีแดงสดไหลรินออกมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่ไหลไปทั้วร่าง

"อ๊าาาาาา!!!!!!!!!!"

"หึ รู้ตัวเร็วดีกว่าที่คิดซะอีก เจ้าชาย" ภาพมิโร่ตรงหน้าค่อยๆเลือนหายไป ปรากกฏเป็นภาพของนักฆ่าจากอินเฟอร์โนที่หายตัวไปเมื่อครู่ที่ผ่านมา กำลังแสยะยิ้มอย่างน่าขนลุก

"แก....อั่ก...." คามวทรุดตัวลงกับพื้น ความเจ็บปวดของบาดแผลเพิ่มทวีขึ้นเรื่อยๆ จนร่างกายแทบจะทนไม่ไหว

"นี่แหละคือพลังของข้า คามิว " ฟาโรห์นั่งลงกับพื้นพร้อมกับจ้องมองร่างที่กำลังทุรนทุรายกับความเจ็บปวด

"ความอ่อนแอของมนุษย์ก็คือจุดนี้ล่ะ ความรัก...."

ฟาโรห์รี่ตาลง

"และมันจะนำมาซึ่งความเจ็บปวด...ทั้งร่างกายและจิตใจไงล่ะ..."

คามิวที่ทรุดอยู่กับพื้นเมื่อได้ฟังคำพูดนั้นกลับรู้สึกทิ่มแทงใจ

ไม่จริง....ไม่จริง.....

ความเจ็บปวดกลบสติอย่างช้า ภาพที่ค่อยๆพร่ามัวลงแต่ในหัวใจกลับร่ำร้องถึงคนๆเดียว.

มิโร่.

ชั้นอ่อนแอจริงๆ....แต่ว่า....

ฟาโรห์ลุกขึ้นยืนพร้อมกับจ้องมองคามิวที่สติเริ่มจางหายไป

"หน้าที่ของชั้นตอนนี้คือกำจัดนายไปซะ คามิว..."

เจ้าชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นราวกับใกล้หมดเรี่ยวแรงเต็มที่

ไม่ได้ ชั้นจะตายไม่ได้.

มิโร่รอชั้นอยู่ ชั้นต้องไม่ตายที่นี่.

ชั้นต้องกลับไป.

ฟาโรห์ยกพิณขึ้นอย่างช้าๆพร้อมกับวางนิ้วลงบนสายพิณ

"ไคลแมกซ์....."

.............................

เพราะชั้นเชื่อว่า ความรักไม่ได้ทำให้คนเราอ่อนแอ....!!!!

ไม่ทันที่ฟาโรห์จะได้กดสายพิณ เขารู้สึกว่าอุณหภูมิห้องที่ประทับค่อยๆลดลงมากขึ้น จนสายพิณแข็งและมีน้ำแข็งเกาะ ในเวลาไม่กี่วินาทีทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเกล็ดหิมะและน้ำค้างแข็งเกาะอยู่ทั่วบริเวณ

"นี่มัน อะไรกันน่ะ???"

น้ำแข็ง....เป็นไปไม่ได้....

หรือว่า.....????

ฟาโรห์เหลือบมองร่างที่น่าจะใกล้ตายของคามิว ทั้งๆที่ควรเป็นแบบนั้น แต่บัดนี้ฟาโรห์สัมผัสได้ถึงพลังคอสโมที่ห่อหุ้มร่างนั้นอยู่

ไม่จริง...คอสโม....??

เจ้าพวกนี้.....

"ชั้นจะไม่ยอมให้เสียงพิณชวนกระทบโสตประสาทของนายมาทำลายชั้นกับอาณาจักรได้หรอก...." เจ้าชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น พร้อมกับกำหมัดแน่น

คอสโมสีทอง มันเริ่มปะทุขึ้นเรื่อยๆ....

แย่แล้ว....!!!!

"หายไปซะ!!!!!!!!!!"

ทันทีคามิวปลดปล่อยพลังออกมา ราวกับมีเกล็ดน้ำแข็งอันคมกริบจำนวนมากพุ่งเข้าหาฟาโรห์ด้วยความเร็วสุดประมาณ ฟาโรห์จ้องมองสถานการณ์อย่างไม่เชื่อสายตา

บ้าที่สุด....

"อ๊ากกกกกกกกก!!!!!!!!"

.....................................

....................

ท่านราชเลขา. เสียงแหบแห้งของคามิวที่พยายามเค้นออกมา เรียกร้องข้าราชการชั้นสูงที่ประจำการอยู่ในปราสาทของตน

อะองค์ชาย!!! ชายชราผู้หนึ่งตกใจมากประหนึ่งปิ่มขาดใจเมื่อเห็นร่างของเจ้าชายรัชทายาทแห่งอาณาจักรสะบักสะบอม ร่างโชกไปด้วยเลือดสีแดงฉาน

ทำไม ทำไม องค์ชายถึงได้!!!

ช่างก่อนเถอะ แต่ตอนนี้อควอเรียสไม่ปลอดภัยแล้ว ประชาชนอาจถูกทำร้าย ขอส่งกองหนุนมาด่วน. ถึงแม้ว่าสติกำลังจะหมดไปเพราะพิษบาดแผล แต่คามิวยังพอจะออกคำสั่งได้

แต่พระวรกายของพระองค์เกล้ากระหม่อมจะรีบตามหมอหลวงมาพะย่ะค่ะ!!

อ่ะ ไม่ทันจะได้กล่าวอะไรไปอีก สติสัมปัชชัญญะของคามิวก็ดับวูบลงท่ามกลางความวุ่นวายที่ก่อตัวขึ้น

.

"ฮะ แฮะๆๆ โทรมซะเลยเรา พวกนี้มันน่ากลัวเอาเรื่องแฮะ" ฟาโรห์หัวเราะแหะๆ พร้อมกับกอดรัดพิณข้างกายเข้าหาตัวหวังไล่ความเย็นที่แผ่ซ่าน

ถึงแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ ชายหนุ่มร่างเล็กผู้นี้ก็ยังสามารถคงรอยยิ้มโดยซ่อนความขุ่นหมองไว้ได้อย่างมิดชิด ซึ่งความจริงแล้วส่วนลึกของหัวใจเขากำลังสั่นราวกับโดนมนต์น้ำแข็งอันหนาวยะเยือก

เซนต์แห่งอาเธน่า ไม่ธรรมดาจริงๆ

บางทีแผนการของไออาคอส อาจจะ...พลิกโอกาสเป็นวิกฤติแทนก็เป็นได้...

ฟาโรห์เงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์ที่ยังคงแขวนอยู่บนท้องฟ้า เขาขบริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำเบาๆ

"เอาล่ะ ต้องรีบไปแล้ว...เหลืออยู่อีกอย่างนึง....อีกอย่าง..."

เงาร่างของ 1 ในหน่วยรบจากอินเฟอร์โนอันตรธานหายไปจากเขตพระราชวังอย่างไร้ร่องรอยในพริบตา...


"กระจกเอ๋ย...บอกข้าเถิด....ผู้ใดหนอเป็นรายต่อไป" เสียงแสนเจ้าเล่ห์ดังขึ้นในความมืดมิด เจ้าของเสียงมิใช่ใครอื่น หากแต่เป็นบุรุษผู้หยั่งรู้แห่งอินเฟอร์โน...

"เจ้าพวกโง่เง่า...ข้าจะปิดฉากชีวิตของพวกมันให้หมด.!!!

TBC


พระเจ้า!!!! นี่ดองไปเกือบ 4 เดือนเรอะ!!!!(ไม่น่าเชื่อ!!!!)

นี่ก็จะแต่งมาเกือบครบปีแล้ว!!~ ยังได้แค่ครึ่งเรื่อง!!!!(หลอนมาก)


edit @ 2007/03/01 09:12:33

2006/Oct/25

"หนาวชะมัด..." เสียงบ่นจากเจ้าชายรัชทายาทแห่งอควอเรียสดังขึ้นแผ่วเบาท่ามกลางความมืดของฟ้ายามดึกและแสงสลัวของแสงจันทร์ที่ส่องกระทบหิมะสีขาวแห่งอาณาจักรนี้ ร่างบางผมสีน้ำเงินยืนกอดอกอยู่คนเดียวในพระตำหนัก สายตาที่ดูนิ่งเหมือนน้ำจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างที่ระเบียงกว้างอย่างไร้จุดหมาย ขณะที่ในใจกำลังขบคิดไม่หยุด

.......เมื่อไหร่ไอ้เรื่องบ้านี่จะจบซะที....
จะมีคนต้องตายรึเปล่า.....

คามิวกอดอกกระชับขึ้นหวังเพิ่มความอุ่นให้กับร่างกาย พลางถอนหายใจเบาๆ

"เฮ่อ....สงครามทำให้หิมะเพิ่มความหนาวเย็นด้วยรึเนี่ย..." คามิวหลับตาลง

ความหนาวเย็นนำมาซึ่งความกลัว....
กลัวสงคราม...??

เชอะ บ้าบอชะมัด....
เราเองก็ควรทำหน้าที่ตอนนี้ให้ดีที่สุด...

"เฮ่อ....ทั้งหนาวทั้งเงียบ....แถมเหงาอีก....เฮ้อ....ชีวิตกับหิมะมันช่างเหมือนกันจริงๆ...."
คามิวพูดขึ้นมาลอยๆกับตัวเองเพื่อทำลายความเงียบ เขาคิดว่าการอยู่กับความเงียบบางทีมันก็อดกลัวไม่ได้

"นั่นน่ะสิเนอะ? เจ้าชาย"

"อ๊ะ!!! ใคร...ใครกันน่ะ!!!" คามิวหันขวับไปทางหน้าต่างบริเวณระเบียงใหญ่ ที่ต้นเสียงนั้นกลับปรากฏเป็นร่างของชายหนุ่มผิวสีเข้ม ผมยาวประบ่าและชุดอาภรณ์แทบจะเป็นสีเดียวกับฉากท้องฟ้าสีดำมืด นัยน์ตาแวววับเป็นประกาย ชั่วครู่หนึ่งแสงจันทร์ส่องเข้ามา ปรากฏให้เจ้าชายน้ำแข็งมองได้ชัดเจนขึ้น

"ขออภัยที่รบกวนยามดึก ฝ่าบาท"
ผู้มาใหม่ หรือจะเรียกว่า"ผู้บุกรุก"ก็ไม่ผิด กล่าวพร้อมยิ้มแย้ม

"เจ้า...เป็นใครกัน...??"

"คีตกวีแห่งอินเฟอร์โน...." ชายหนุ่มร่างเล็กกล่าวพร้อมย่อกายลงเป็นการแสดงความเคารพต่อเจ้าชายเบื้องหน้า

"สฟิงค์ ฟาโรห์ หน่วยสเป็คเตอร์ ขอถวายพระพรเจ้าชายอควอเรียส คามิว แห่งอาณาจักรแซงค์ทัวร์รี่..."

"คนของอินเฟอร์โน?? มาที่นี่...เพื่ออะไรกัน...แล้วเข้ามาที่นี่ได้ยังไง....??" คามิวพยายามสงบสติอารมณ์ให้เยือกเย็นนิ่งสงบดุจน้ำแข็ง

"ขอกระหม่อมตอบคำถามหลังก่อน..." ฟาโรห์ตอบ "ตอนนี้ทหารในวังที่มีอยู่แสนจะน้อยนิดได้เข้าสู่ห้วงนิทราโดยเพลงพิณของกระหม่อมแล้วล่ะ..."

"เพลงพิณ...?? นี่เจ้ามาเพื่ออะไรกันแน่???"

"อย่างที่ท่านรู้......." ฟาโรห์ยังคงไว้ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"คนของอินเฟอร์โนที่มาถึงแซงค์ทัวร์รี่...ไม่มีเหตุผลอื่น นอกจาก..."

"ฆ่า....อาเธน่าและบรรดาเชื้อพระวงศ์..."

"คิดจะ...ฆ่าชั้น อย่างนั้นน่ะเหรอ...??" คามิวยังคงสงบสติไว้ได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะเริ่มขมวดคิ้วเข้าหากัน ใต้อาภรณ์ก็เริ่มมีเหงื่อเย็นๆไหลออกมา

"ก็ได้รับคำสั่งมาอย่างนั้นล่ะ...." ฟาโรห์ยักไหล่ ราวกับว่าภารกิจของเขาเป็นแค่เรื่องเล่นๆไม่ใส่ใจ

"อันที่จริง หน้าที่ก็คือหน้าที่ แต่ว่าชั้นน่ะนะ..." ฟาโรห์เอื้อมมือไปด้านหลังตนเอง พลางหยิบสิ่งที่ซ่อนไว้อยู่ นั่นคือพิณใหญ่สีดำเป็นประกาย สายพิณขึงตึง มือเรียวพลางลูบสายเบาๆอย่างทะนุถนอม

"ก็แค่อยากทำอะไรสนุกๆที่ตัวเองชอบเท่านั้นเอง..."
ฟาโรห์ขยิบตา พลางยกพิณขึ้นพร้อมบรรเลงเพลงพิณ ท่วงทำนองที่ไพเราะดังกังวานขึ้นกลบความเงียบที่ปกคลุมปราสาท คามิวผู้มีใจเป็นน้ำแข็งยามนี้ร่างของเขาก็ราวกับกลายเป็นน้ำแข็งไปอีก

เสียงพิณทำให้เขาชะงักไป....

"ขอเริ่มบรรเลง...ล่ะนะ?"



ณ วิหารสูงสุด เซนทรัล

"องค์อาเธน่า สาสน์ด่วนจากเจมินี่พะยะค่ะ" บ่าวรับใช้เข้าเฝ้าองค์จักรพรรดินีในยามดึกดื่น ซึ่งตัวพระนางเองก็ยังไม่เข้าบรรทม สถานการณ์ในเวลาไม่ว่าใครก็ไม่อาจข่มตาหลับได้

"เอ๋? สาสน์ด่วนงั้นเหรอ?? เกิดเรื่องอะไรขึ้นน่ะ??"

"เจมินี่แจ้งมาว่า วังหลวงถูกโจมตีพะย่ะค่ะ องค์ไฮคิงซาง่าและเจ้าชายคาน่อนได้รับบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้กำลังพักรักษาตัวอยู่ ทางซาจิทาเรียสส่งกำลังไปอารักขาเจมินี่แล้ว"

"แย่ล่ะ อินเฟอร์โนลงมือแล้วหรือเนี่ย" อาเธน่ากำหมัดแน่น

"สั่งการลงไปให้ทุกอาณาจักรตรึงกำลังในตัวเมืองให้แน่นหนาที่สุด อย่าให้ประชาชนแตกตื่นมากจนเกิดจลาจลเด็ดขาด พบใครที่น่าสงสัยลักลอบเข้ามาจับตายได้เลย!!"

"พะย่ะค่ะ!!"

เมื่อบ่าวผู้นั้นออกไปทำงานตามคำสั่ง ความเงียบกลับมาเยือนอีกครั้ง หญิงสาวผู้เป็นประมุขนั่งกังวลอยู่

"ท่านอาเธน่า...เป็นอย่างไรบ้างครับ??" เสียงหนึ่งดังขึ้นทำลายความเงียบ ปรากฏว่าต้นเสียงนั้นคือเจ้าชายเพียงหนึ่งเดียวที่ประทับที่เซนทรัล

"ชากะ...."

"ท่านหักโหมมากทำให้ผมไม่สบายใจไปด้วยนะครับ"

"ไม่เป็นไรหรอก ชากะ มันเป็นหน้าที่น่ะ" หญิงสาวยิ้ม แต่หลายวันที่ผ่านมา นางหักโหมจริงๆจนแทบไม่ได้กินไม่ได้นอนทีเดียว

"แต่ว่า...สถานการณ์แบบนี้...ถ้าท่านหักโหมจนเสียสุขภาพล่ะก็...พวกเราทุกคนก็จะ..."

"ชากะ..." หญิงสาวเอื้อมไปกุมมือเรียวของเจ้าชายแห่งเวอร์โก้

"ขอแค่นึกถึงไอโอเรียไว้ก็พอแล้วล่ะ..เรื่องนี้เรียบร้อยเมื่อไหร่ เธอ 2 คนจะต้องได้พบกัน..."

"อ่ะ...." ชากะหน้าแดงขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

"ไปพักผ่อนเถอะ...คืนนี้ชั้นคงโต้รุ่งแน่ๆเลย" อาเธน่ายิ้มขำๆกับภารกิจหน้าที่ของตัวเอง แต่อีกฝ่ายกลับส่ายหน้า

"ไม่เป็นไรครับ ผมอยู่กับท่านอาเธน่าด้วยคนละกัน..."

หญิงสาวไม่ตอบอะไรอีก เพียงแต่ยิ้มให้หนุ่มน้อยตรงหน้าอย่างอารี...

..............................................

..................

"อ่ะ....อา.....อึ่ก" คามิวทรุดตัวกับพื้น ทั้งมือซ้ายขวาต่างยกขึ้นมากุมศีรษะ สีหน้าบ่งบอกถึงความเจ็บปวดอย่างสุดประมาณได้ ส่วนฝ่าย"ผู้บุกรุก"ยังคงวาดนิ้วทั้ง 5 บรรเลงกับสายพิณออกมาเป็นท่วงทำนองต่อไปเรื่อยๆไม่หยุด

ทำไม....เสียงเพลงมันถึง....

ราวกับ...โลกกำลังหมุน แล้วตัวเราราวกับจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

"เสียงเพลงจะแทรกเข้าไปสู่สมองของเจ้าโดยตรง ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้พ้นหรอก แม้จะปิดหูไว้ก็เถอะ..." ฟาโรห์ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
"เอาล่ะ....ท่วงทำนองแห่งข้า จงแทรกลึกเข้าไปในหัวใจของเจ้าชาย..."

เอาล่ะ...ข้าจะให้เจ้าตายอย่างทรมานที่สุด...คามิว...

"บาลานซ์ ออฟ เคิร์ซ เริ่มบรรเลง..."

"อุ่ก..." คราวนี้มือทั้งสองของคามิวเปลี่ยนมากุมที่หน้าอก

นี่มัน....เสียงเพลงนั่น....

ยังกับหัวใจถูกขุดคุ้ย....

อา...ไม่ได้นะ ต้องตั้งสติให้ดีสิ....

ชายหนุ่มพยายามยันกายลุกขึ้น เมื่อเงยหน้ามองภาพตรงหน้า ก็ไม่อาจเชื่อสายตาของตนเอง....

ร่างของฟาโรห์หายไป แต่กลับมีอีกร่างปรากฏแทนที่....

"มิ...มิโร่???"

TBC....


เฮ่อ...แต่งคามิวปะทะฟาโรห์นี่ก็สนุกดี จอมพูดมากปะทะคนเยือกเย็น ....

ส่วนของฟาโรห์ คราวนี้เพลงพิณของเขาทำอะไรได้มากว่าควักหัวใจนะคะ หุห^^
ปล. ขอบคุณท่านนาฟที่ทำฟิคยำเรื่องนี้ฮาๆให้ได้อ่านกันนะคะ ฮาแตกจนคนเขียนลงไปกลิ้งกะพื้นเลย 55+
กร๊ากกกๆๆๆๆ~~~จริงๆตอนนี้เรื่องมันเครียดมากเลยเนอะ กลัวคนอ่านเครียดตาม (ฮา)

2006/Oct/11

"พี่ฮะ...ซาง่า..."

เสียงเรียกนั่น...คาน่อน....??

"ลุกขึ้นมาสิ...ซาง่า..."

ทำไมถึงมืดไปหมดเลยล่ะ??นี่เราตายแล้วเหรอ??

"พี่ไม่ตายหรอก...ลุกขึ้นมาเถอะ..."

...............อา.....

ชั้นลุกไม่ไหวแล้วล่ะคาน่อน....

ตอนนี้นายเองก็....??

คาน่อนถูกนักฆ่า....ฆ่าตายไปแล้วนี่นา??

........................................

ถ้านายตาย...ชั้นก็ไม่คิดจะลุกขึ้นมาอีกแล้วล่ะ...

.....................................................

ฉากสีดำที่กั้นรอบด้านในห้วงความคิดของซาง่า ทั้งที่ไม่เห็นอะไรไม่ได้ยินอะไร

ไม่รู้เขาหูฝาดไปรึเปล่า

แต่ราวกับว่าเขาเห็นน้องชายคนนั้นกำลังร้องไห้....

คาน่อน...??

"อย่าร้องไห้นะ?!"


ในขณะที่อยู่ในวินาทีแห่งความเป็นความตาย...

"อะ...อะ...นี่มันอะไรกันน่ะ??" ควีนหยุดชะงักมือเรียวที่กำลังส่งกลีบบุปผาเพื่อหวังปลิดชีวิตคนตรงหน้า

แสง....สีทอง....???

ไม่น่าเชื่อ...นี่มัน คอสโม....???

ประกายแสงสีทอง ราวกับแสงแห่งดวงดาวและเปลวไฟที่ลุกโชนเจิดจ้าขึ้นมาจากตัวซาง่า ควีนผงะพร้อมกับถอยหลังอย่างอัตโนมัติ หญิงสาวหน้าซีด

"เจมินี่...."

พลังนั่นตื่นขึ้นมาแล้วหรือนี่....

ซาง่าที่สติค่อยๆกลับมา ภายในกายรู้สึกร้อนไปหมด ไฮคิงยกมือขวาขึ้นมากุมหน้าอก

นี่มันพลังอะไรกันนะ...??

"ความเจ็บปวดหายไปหมดเลย..."

ไฮคิงแห่งเจมินี่ค่อยๆยันกายลุกขึ้นอย่างช้าๆ ควีนเห็นสถานการณ์กำลังจะพลิกผันจึงชิงลงมือก่อน

"หนอย...ชั้นไม่ยอมให้พลังนั่นตื่นขึ้นมาได้หรอก...!!!" ควีนกลั้นใจซ่อนความกลัวที่ค่อยๆแผ่ขยายขึ้นในใจ พร้อมกับพุ่งตัวไปทางซาง่า อีกฝ่ายก็รู้สึกถึงพลังที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วเช่นกัน

"....!!!! อลาวเน่??!!"

"ตายซะ!!!"

ตึง!!!!!!!

..............................

"บะ....บ้าน่า....??รับพลังของเราได้ด้วยมือเปล่า....???" ควีนไม่สามารถผลักพลังกล้วยไม้สังหารดอกสุดท้ายเพื่อหวังปลิดชีพซาง่า ในขณะที่กษัตริย์หนุ่มใช้ฝ่ามือยันรับพลังของหญิงสาว พลังทั้งสองต้านกันอยู่กลางอากาศ

บาเรียคอสโม....??

สายตาของซาง่าเลื่อนไปเห็นน้องชายที่หมดสติด้วยพิษบาดแผล สลับกับภาพศพทหารองครักษ์ที่เกลื่อนกลาดตามทางเดินพระราชวัง...

"ควีน....." ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตากับนักฆ่าแห่งอินเฟอร์โน แววตาที่เปลี่ยนไป ดวงเนตรกลับกลายเป็นสีแดงโลหิต

"บ้าน่า นี่แก...พลังตื่นขึ้นมาจริงๆ...."

ในห้วงคิดคำนึงของซาง่า....

หากว่าคิงฮาเดส...หากว่าเกิดสงคราม...

ภาพแบบนี้จะต้องเกิดขึ้น....

ซ้ำรอยเดิมกับมหาสงครามศักดิ์สิทธิ์เมื่อสองร้อยปีก่อน...

ชั้นจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น!!!!!

................................

"บ้าจริง!!! นี่มัน พลังคอสโมของเจ้านี่มันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ!!!!" ควีนเริ่มกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ พลังของบาเรียค่อยๆดันออกมาเรื่อยๆ

"ชั้นจะไม่ยอมให้...มันเกิดขึ้น...." ซาง่าเอ่ยเบาๆ พลังที่ต้านทานกล้วยไม้สังหารเริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเปลี่ยนกลับมาเป็นฝ่ายรุกแทน ควีนเริ่มมีเหงื่อเย็นๆไหลอาบแก้ม แขนเรียวที่เคยแกร่งกว่าบุรุษบัดนี้กลับเริ่มล้า

"อั่ก...เจมินี่....นี่แก...."
พลังที่เอ่อล้นเริ่มทำประสาทตาพร่ามัว ควีนกะพริบตาครั้งหนึ่ง แต่ภาพตรงหน้าราวกับภาพหลอน
เวิ้งอวกาศที่ราวกับห่อหุ้มด้วยผ้ากันฉากสีดำ แต้มประกายของกลุ่มดาวและกาแล็คซี่ ประกอบกับแรงเหวี่ยงอันมหาศาลของดวงดาว ควีนจ้องเขม็งในขณะที่ยังตื่นตะลึงไม่หาย

ดาราจักร....???

หลังแห่งห้วงมิติ...
นี่คือพลังของเจมินี่เหรอเนี่ย...?!

บ้าที่สุด...เราประมาทมันแท้ๆ!!!

"ย๊ากกกกกกกกก!!!!!"

"กรี๊ดดดดดดดดด!!!!!"
เสียงกรีดร้องดังขึ้น...

.......................................

"องค์ไฮคิงซาง่า เจ้าชายคาน่อน!!! พวกเราคือทัพเสริมจากซาจิทาเรียส!!! ทั้งสองพระองค์ปลอดภัยดีไหมพะยะค่ะ!!" เสียงดังขึ้นจากแม่ทัพผู้คุมกองกำลังทหารที่มาสมทบเจมินี่จากคำสั่งไฮคิงไอโอเรอสแห่งซาจิทาเรียส

ร่างของเชื้อพระวงศ์ทั้งสองหลับไหลแน่นิ่งไม่ได้สติอยู่ท่ามกลางซากศพของเหล่าทหาร
ยังที่ดีที่ว่าทั้งสองยังคงมีลมหายใจ....

"แย่ล่ะ เจ้าชายเจ็บหนักเลย...องค์ไฮคิงก็ด้วย รีบตามหมอหลวงและรายงานข่าวให้อาเธน่าด้วย..."

แต่ไม่มีเงาร่างของนักฆ่าผู้เป็นต้นเหตุเลย....



หลังคาปราสาทแห่งเจมินี่อันมีพระจัทร์เสี้ยวเป็นฉากหลัง ร่างของหญิงสาวนักฆ่าปรากฏอยู่ ร่างกายนั้นบาดเจ็บจากการต่อสู้ อลาวเน่หายใจหอบ มือกุมหน้าอกหวังบรรเทาความเจ็บปวดลงได้บ้าง

แน่นอนว่าพลังที่ซาง่าปล่อยออกไปนั้น ยังเป็นแค่การปลดผนึกของพลังเท่านั้น อาจจะเรียกว่าเป็นโชคช่วยชะตาไม่ขาดของหญิงสาวนามอลาวเน่ ควีน ก็เป็นได้...

"หึ้ย...เจ็บใจนักที่ต้องแพ้เอาแบบนี้..." ควีนสบถ มุมปากมีรอยเลือดไหล ร่างกายมีอาการบอบช้ำภายในจากการปะทะเมื่อครู่

พวกเรา....พี่ไออาคอส....ประมาทไปหน่อยสินะ...

เจ้าพวกนี้มันไม่ธรรมดาจริงๆ....

"พลังนั่นตื่นขึ้นมาจนได้...เอาเถอะ อย่างน้อยก็ทำภารกิจสำเร็จตามแผน..."

หญิงสาวเงยหน้ามองดวงจันทร์ที่แขวนลอยอยู่บนฟ้ายามราตรี

"คนอื่นๆ...จะเป็นยังไงบ้างนะ...??"



ณ ยอดหอคอยปราสาทแห่งอควอเรียส...มีเงาร่างหนึ่งปรากฏอยู่ ร่างนั้นยืดหยัดอย่างสงบนิ่ง ยามแสงจันทร์สาดส่องเข้ามา รากฏเป็นร่างของชายหนุ่มผมยาวประบ่าจอมขี้เล่น ผิวสีเข้มกับนัยน์ตาเป็นประกาย มุมปากมีรอยยิ้ม

".........ดินแดนแห่งหิมะนิรันดร์....อคอเรียส..."

ชายหนุ่มเลื่อนมือขึ้นยกพิณโค้งตัวหนึ่งขึ้นมา พิญสีดำเป็นประกายเมื่อกระทบกับแสงจันทร์ ปลายนิ้วไล่เรียงสายพิณตามลำดับเสียงของสายพิณ พลางกล่าวเบาๆ

"เริ่มบรรเลงได้..."

TBC....


เป็นไปตามที่คาดหมายกันสินะคะ หุหุ นู๋ง่าพลังตื่นแล้ว~คนต่อไปจะตื่นได้รึเปล่านา??
เอ...อันที่จริงน่าจะให้ควีนปะทะกับน้องตี้มากกว่าเนอะ จะได้เป็นกล้วยไม้ปะทะกุหลาบซัดใส่กันให้มันส์ไปเลย แต่ขืนแต่งแบบนั้นได้ฮา+รั่วแน่ 55+
ตอนต่อไปได้แต่งฟาโรห์แล้ว ดีใจจัง=w= ชอบหมอนี่ที่สุดเลย~
ปล......หักมุมฟิคซะดีไหมเนี่ย....หึๆๆๆ