"นายมาทำอะไรที่นี่???" คามิวเอ่ยขึ้นถามหลังจากการปรากฏตัวของชายหนุ่มคนตรงหน้า ในสถานการณ์อันตรายแห่งความเป็นความตาย
มิโร่...นี่นาย...??? นาย....??
"คามิว!! ไม่เป็นไรนะ?" เจ้าชายแห่งสกอร์ปิโอรีบออกเท้าวิ่งเข้ามาหาคามิวทันที คามิวที่ทรุดอยู่กับพื้นยังไม่ละสายตากับอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย มุมปากปรากฏมีรอยยิ้มขึ้นมา มิโร่ค่อยๆประคองร่างบางให้ยืนขึ้นมา
"อ่ะ...อืม....ไม่เป็นไร ว่าแต่นายมาได้ยังไงกันน่ะ??"
"เรื่องนั้นช่างมันเหอะน่า" มิโร่ตัดบท พอคามิวตั้งหลักยืนได้แล้วก็ถามต่อ
"แย่แล้วล่ะ ที่นี่เกิดเรื่อง ชั้นจะต้องไปแจ้งให้ท่านอาเธน่าทราบ" พอเจ้าชายแห่งอควอเรียสจะสาวเท้าไปข้างหน้า มิโร่ก็กันเอาไว้เสียก่อน
"ไม่ได้...."
"อะ...อะไรของนาย นี่มันเรื่องใหญ่นะ นายบ้ารึเปล่า" คามิวขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อคนตรงหน้าขัดขวาง
"ชั้นให้นายไปไม่ได้ คามิว" มิโร่กล่าวอย่างเย็นชาพร้อมกับรวบตัวคามเข้ามากอดแน่น
"อะ มิโร่ ไอ้บ้า เวลาแบบนี้ยังจะ...." คามวดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนของมิโร่ แต่ก็ไม่สามารถจะดิ้นหลุดออกมาได้
"ตอนนี้มันอันตรายมากนะ! ถ้านายไปหาอาเธน่าตอนนี้มีหวังถูกลอบฆ่าแน่ ถ้านายตายไป ถ้านาย..." เสียงของมิโร่เริ่มอ่อนลงทีละน้อย ก่อนจะเงียบหายไป คามิวเมื่อได้ฟังก็หยุดดิ้น ปล่อยให้มิโร่กอดตัวเองไว้ทั้งอย่างนั้น
"ถ้านายตายไปชั้นจะอยู่ได้ยังไง....?"
"มิโร่..."
คามิวเลื่อนแขนทั้งสองข้างกอดตอบอีกฝ่ายอย่างช้าๆ
"ขอโทษนะ แล้วก็ขอบคุณมากที่เป็นห่วง แต่ว่าถ้านี่เป็นเรื่องเป็นตายของอาณาจักร ฉะนั้น..."ไม่ทันที่เจ้าชายน้ำแข็งจะได้พูดอะไรต่อไปอีก มิโร่ที่โอบกอดเขาอยู่ก็กระซิบอย่างแผ่วเบาที่ข้างหู
"โง่เง่าจริงๆนะเจ้าชายคามิว...."
คามิวสะดุ้งเฮือก ความอบอุ่นที่ได้รับเมื่อครู่สูญสลายไปในทันที คนตรงหน้าของไม่ใช่มิโร่ ไม่ใช่อีกต่อไป คามิวผละออกจากมิโร่ตรงหน้าทันที
แต่....เขากลับรู้สึกตัวช้าไป...เพียงแค่เสี้ยววินาที...
ความเจ็บปวดแผ่ซ่านอยู่ที่กลางหลัง ก่อนที่คามิวจะผลักมิโร่ได้ทัน เขาคนนั้นได้ใช้ปลายเล็บอันแหลมคมทิ้มแทงกลางหลังของคามิวอย่างรวดเร็ว โลหิตสีแดงสดไหลรินออกมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่ไหลไปทั้วร่าง
"อ๊าาาาาา!!!!!!!!!!"
"หึ รู้ตัวเร็วดีกว่าที่คิดซะอีก เจ้าชาย" ภาพมิโร่ตรงหน้าค่อยๆเลือนหายไป ปรากกฏเป็นภาพของนักฆ่าจากอินเฟอร์โนที่หายตัวไปเมื่อครู่ที่ผ่านมา กำลังแสยะยิ้มอย่างน่าขนลุก
"แก....อั่ก...." คามวทรุดตัวลงกับพื้น ความเจ็บปวดของบาดแผลเพิ่มทวีขึ้นเรื่อยๆ จนร่างกายแทบจะทนไม่ไหว
"นี่แหละคือพลังของข้า คามิว " ฟาโรห์นั่งลงกับพื้นพร้อมกับจ้องมองร่างที่กำลังทุรนทุรายกับความเจ็บปวด
"ความอ่อนแอของมนุษย์ก็คือจุดนี้ล่ะ ความรัก...."
ฟาโรห์รี่ตาลง
"และมันจะนำมาซึ่งความเจ็บปวด...ทั้งร่างกายและจิตใจไงล่ะ..."
คามิวที่ทรุดอยู่กับพื้นเมื่อได้ฟังคำพูดนั้นกลับรู้สึกทิ่มแทงใจ
ไม่จริง....ไม่จริง.....
ความเจ็บปวดกลบสติอย่างช้า ภาพที่ค่อยๆพร่ามัวลงแต่ในหัวใจกลับร่ำร้องถึงคนๆเดียว.
มิโร่.
ชั้นอ่อนแอจริงๆ....แต่ว่า....
ฟาโรห์ลุกขึ้นยืนพร้อมกับจ้องมองคามิวที่สติเริ่มจางหายไป
"หน้าที่ของชั้นตอนนี้คือกำจัดนายไปซะ คามิว..."
เจ้าชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นราวกับใกล้หมดเรี่ยวแรงเต็มที่
ไม่ได้ ชั้นจะตายไม่ได้.
มิโร่รอชั้นอยู่ ชั้นต้องไม่ตายที่นี่.
ชั้นต้องกลับไป.
ฟาโรห์ยกพิณขึ้นอย่างช้าๆพร้อมกับวางนิ้วลงบนสายพิณ
"ไคลแมกซ์....."
.............................
เพราะชั้นเชื่อว่า ความรักไม่ได้ทำให้คนเราอ่อนแอ....!!!!
ไม่ทันที่ฟาโรห์จะได้กดสายพิณ เขารู้สึกว่าอุณหภูมิห้องที่ประทับค่อยๆลดลงมากขึ้น จนสายพิณแข็งและมีน้ำแข็งเกาะ ในเวลาไม่กี่วินาทีทั้งห้องก็เต็มไปด้วยเกล็ดหิมะและน้ำค้างแข็งเกาะอยู่ทั่วบริเวณ
"นี่มัน อะไรกันน่ะ???"
น้ำแข็ง....เป็นไปไม่ได้....
หรือว่า.....????
ฟาโรห์เหลือบมองร่างที่น่าจะใกล้ตายของคามิว ทั้งๆที่ควรเป็นแบบนั้น แต่บัดนี้ฟาโรห์สัมผัสได้ถึงพลังคอสโมที่ห่อหุ้มร่างนั้นอยู่
ไม่จริง...คอสโม....??
เจ้าพวกนี้.....
"ชั้นจะไม่ยอมให้เสียงพิณชวนกระทบโสตประสาทของนายมาทำลายชั้นกับอาณาจักรได้หรอก...." เจ้าชายหนุ่มเงยหน้าขึ้น พร้อมกับกำหมัดแน่น
คอสโมสีทอง มันเริ่มปะทุขึ้นเรื่อยๆ....
แย่แล้ว....!!!!
"หายไปซะ!!!!!!!!!!"
ทันทีคามิวปลดปล่อยพลังออกมา ราวกับมีเกล็ดน้ำแข็งอันคมกริบจำนวนมากพุ่งเข้าหาฟาโรห์ด้วยความเร็วสุดประมาณ ฟาโรห์จ้องมองสถานการณ์อย่างไม่เชื่อสายตา
บ้าที่สุด....
"อ๊ากกกกกกกกก!!!!!!!!"
.....................................
....................
ท่านราชเลขา. เสียงแหบแห้งของคามิวที่พยายามเค้นออกมา เรียกร้องข้าราชการชั้นสูงที่ประจำการอยู่ในปราสาทของตน
อะองค์ชาย!!! ชายชราผู้หนึ่งตกใจมากประหนึ่งปิ่มขาดใจเมื่อเห็นร่างของเจ้าชายรัชทายาทแห่งอาณาจักรสะบักสะบอม ร่างโชกไปด้วยเลือดสีแดงฉาน
ทำไม ทำไม องค์ชายถึงได้!!!
ช่างก่อนเถอะ แต่ตอนนี้อควอเรียสไม่ปลอดภัยแล้ว ประชาชนอาจถูกทำร้าย ขอส่งกองหนุนมาด่วน. ถึงแม้ว่าสติกำลังจะหมดไปเพราะพิษบาดแผล แต่คามิวยังพอจะออกคำสั่งได้
แต่พระวรกายของพระองค์เกล้ากระหม่อมจะรีบตามหมอหลวงมาพะย่ะค่ะ!!
อ่ะ ไม่ทันจะได้กล่าวอะไรไปอีก สติสัมปัชชัญญะของคามิวก็ดับวูบลงท่ามกลางความวุ่นวายที่ก่อตัวขึ้น
.
"ฮะ แฮะๆๆ โทรมซะเลยเรา พวกนี้มันน่ากลัวเอาเรื่องแฮะ" ฟาโรห์หัวเราะแหะๆ พร้อมกับกอดรัดพิณข้างกายเข้าหาตัวหวังไล่ความเย็นที่แผ่ซ่าน
ถึงแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ ชายหนุ่มร่างเล็กผู้นี้ก็ยังสามารถคงรอยยิ้มโดยซ่อนความขุ่นหมองไว้ได้อย่างมิดชิด ซึ่งความจริงแล้วส่วนลึกของหัวใจเขากำลังสั่นราวกับโดนมนต์น้ำแข็งอันหนาวยะเยือก
เซนต์แห่งอาเธน่า ไม่ธรรมดาจริงๆ
บางทีแผนการของไออาคอส อาจจะ...พลิกโอกาสเป็นวิกฤติแทนก็เป็นได้...
ฟาโรห์เงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์ที่ยังคงแขวนอยู่บนท้องฟ้า เขาขบริมฝีปากเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำเบาๆ
"เอาล่ะ ต้องรีบไปแล้ว...เหลืออยู่อีกอย่างนึง....อีกอย่าง..."
เงาร่างของ 1 ในหน่วยรบจากอินเฟอร์โนอันตรธานหายไปจากเขตพระราชวังอย่างไร้ร่องรอยในพริบตา...
"กระจกเอ๋ย...บอกข้าเถิด....ผู้ใดหนอเป็นรายต่อไป" เสียงแสนเจ้าเล่ห์ดังขึ้นในความมืดมิด เจ้าของเสียงมิใช่ใครอื่น หากแต่เป็นบุรุษผู้หยั่งรู้แห่งอินเฟอร์โน...
"เจ้าพวกโง่เง่า...ข้าจะปิดฉากชีวิตของพวกมันให้หมด.!!!
TBC
พระเจ้า!!!! นี่ดองไปเกือบ 4 เดือนเรอะ!!!!(ไม่น่าเชื่อ!!!!)
นี่ก็จะแต่งมาเกือบครบปีแล้ว!!~ ยังได้แค่ครึ่งเรื่อง!!!!(หลอนมาก)
edit @ 2007/03/01 09:12:33